เข้าไปอ่านได้เลยฟรีๆ
http://www.klonthaiclub.com/index.php/topic,12767.0.html
วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554
อยู่บ้านฟังฟ้าฝนคำรนร้อง คิดถึงน้องนวลนางพลางหวั่นไหว จำห่างเหเรรวนมาด่วนไกล คิดถึงสาวบ้านกลอนไทยไม่เว้นวาง เฝ้าหลบซุ่มพุ่มพงเพราะหลงผิด คำลิขิตคิดไปใจบาดหมาง ตามอารมณ์ตรมตรอมที่ล้อมลาม แต่ซ่อนความจริงจิตให้คิดครวญ เราเขียนไปยิ้มไปแม้ใครอ่าน เกิดทรมานเรานี้ที่คิดหวน จึงทั้งหลายในอารมณ์ไม่สมควร จนอยากม้วนเสื่อหนีมิหวนคืน แต่เอาเถอะดั่งขงเบ้งกับจิวยี่ เมื่อสุดท้ายไม่ปรานีสุดขัดขืน จิวยี่อ่านสาล์นสิ้นก็ล้มครืน อย่างมิอาจหยัดยืนอยู่อย่างเป็น อ่านตำราสอนใจให้รู้ว่า ผู้ชอบกำลังเข้าบีฑาจไม่คิดเห็น ผู้ปัญญากว้างไกลไม่ลำเค็ญ ยังชื่นเช่นสืบมาแต่ช้านาน เหมือนขงเบ้งกับจิวยี่นั้นฉันใด จงกว้างไกลบ้างหนาปัญญาท่าน ท้ายที่สุดจุดหมายไม่ยืนนาน เหมือนตำราเหมือนนิทานเช่นนั้นเอย |
วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554
ผัดผักบุ้ง
มิอาจหมายหมิ่นค่าว่าผักบุ้ง
อยู่กลางทุ่งคุ้งคลองจึงมองหา
ได้สูตรใหม่ผัดกะปิรีบรี่มา
หวังยอดงามถึงตามหาในคูคลอง
ในตลาดหนึ่งกำนั้นแพงลิบ
กำละสิบเชียวจนคิดหม่นหมอง
ต่อสองกำมิหนำใจเหมือนหมายปอง
จะลิ้มลองผัดกะปิที่โอชา
ปลิดใบออกลอกต้นเหมือนเส้นหมี่
ตามวิธีเร็วไวผัดไฟหนา
ใส่เนื้อหน่อยอร่อยจังแล้วยกมา
เส้นอ่อนอ่อนงามตาทั้งน่ากิน..
วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2554
เหมือนทุกสิ่ง
เหมือนทุกสิ่งสิ้นเสร็จสำเร็จแล้ว
เราจึงแคล้วคลาดกันพาขวัญหาย
เมื่อชนเผ่าติวตอหนิกได้กร้ำกราย
พากองทัพอันดุร้ายเข้ายึดเมือง
เหตุและผลมันแต่งเข้าแสร้งชัก
กำหนดหลักด้วยตัวตูผู้ปราดเปรื่อง
เราเหมือนชาวโรมันเคยรุ่งเรือง
มาขุ่นเคืองคับข้องหม่นหมองใจ
การสงครามเพิ่งเริ่มต้นมิได้จบ
ซึ่งการรบจากนี้มีภาคใหม่
คนอยู่เมืองต้องเข้าป่าแสนอาลัย
คนอยู่ไพรเข้าครองเมืองด้วยอำนาจ
ในบางครั้ง
1.ในจอ
ยิ้มทุกคราเวลาออนทนนอนดึก
ใส่อารมณ์ความรู้สึกในอักษร
อ่านความคิดของหลายใครในบทกลอน
บางครั้งก็เหนื่อยอ่อนแต่เข้าใจ
มีบางเรื่องที่เรานั้นพอรู้
จึงรี่กดตอบกระทู้พร้อมคำไข
หวังว่าเพื่อนผู้ขุ่นข้องหม่นหมองใจ
คงสว่างทางไกลอันมืดมน
ไม่หวังตอบขอบคุณเฝ้าครุ่นคิด
หรือยึดติดสิ่งใดจะหวังผล
เราคือเพื่อนในจอรออดทน
ประจวบจนถึงเวลาก็มาออน
2.หลังจอ
ไม่รู้ใครมาจากไหน..ผมไม่รู้
บ้างก็มาดคุณครูคอยสั่งสอน
บ้างนางเอกเล่นบทกำหนดตอน
อ้อนพระเอกอย่างละครในทีวี
บ้างเจ้านายใหญ่โตทำโก้อวด
บ้างอย่างพระนั่งสวดไปทุกที่
บ้างเหรอหราท่าทางเหมือนนางชี
บ้างผู้ดีบ้างผู้ร้ายหลากหลายกรรม
อันจะรัก..รักใครชั่งใจอยู่
เพราะมิรู้หนแห่งกลัวเพลี่ยงพล้ำ
จากคำหวานกระดานกลอนออดอ้อนนำ
จึงพอฉ่ำชื่นจิตที่คิดไป
3.นักกลอน
ประเพณีโบราณเนิ่นนานแล้ว
กวีแก้วและเสียงกรับมิหลับไหล
เคยขับขานนานเนามาเท่าใด
จะคงอยู่ต่อไปเป็นนิรันดร์
ไม่สำคัญอันผืนแผ่นดินเกิด
ชาติตระกูลจะล้ำเลิศอันใดนั้น
สำคัญอยู่ที่หัวใจเราใกล้กัน
การสื่อสารที่สัมพันธ์เป็นกวี
ความดี-ด้อย-โดดเด่นคือคุณค่า
นั้นนำมาฝากไว้ ณ แห่งนี้
สื่อความรัก ความจริงใจ และความดี
ก่อไมตรีอีกนับร้อยด้วยถ้อยคำ
4. ไม่เข้าใจ
ในบางครั้งไม่แคล้วพบมนุษย์หนึ่ง
ผู้ไม่เคยลึกซึ้งก็น่าขำ
จะให้เปิดเผยใจในสื่อนำ
ไม่อาจทำเพื่อเคล็ดลับนั้นกับใคร
ธรรมดาอารมณ์เหนือความคิด
จะเอนเอียงน้อยนิดกันแค่ไหน
หนุ่มหรือแก่การตอบรับเช่นกลไก
จนสามารถคำนวนได้ไม่ยากเลย
5. ความจริง
อ่านและเขียนเรียนไปไม่หยุดหย่อน
ในอักษรต่างใจไว้เปิดเผย
เผื่อบรรดาท่านการุณเมื่อคุ้นเคย
ถึงจะเอ่ยรักนี้ที่เก็บงำ
ใครเดียจฉัน..นั้นก็ไม่ขอรัก
ร่วมสำนักแห่งใดไม่เหยีบย่ำ
ใครมีคุณจะแทนทดเฝ้าจดจำ
ดั่งน้ำคำนี้หนอมิขอลืม
วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2554
โชคดี
อยากบอกลาอาลัยไม่ย้อนคิด
ทวงถามสิทธิ์ใดใดในหนหลัง
(หรือ)หลั่งน้ำตาอาลัยใจพังพัง
อย่างจริงจังออดอ้อนวิงวอนใคร
ก็เพราะฉันไม่คิดสักนิดว่า
จะถึงคราโศกเศร้าเขาผลักไส
เพราะเหตุผลบางอย่างระหว่างใจ
ที่สร้างให้ทบทวนใคร่ครวญความ
เพียงเพราะเธอมิลึกซึังถึงคุณค่า
จึงจะลาจากไกลไร้คำถาม
อาจตัวฉันลึกลับไม่วับวาม
ดั่งดาวงามดั่งดวงจันทร์ในวันเพ็ญ
จึงมิอาจฉุดรั้งในครั้งนี้
มองคนดีจากไกลไม่พบเห็น
จงโชคดีเถิดหนาอย่าลำเค็ญ
และไปเป็นดาวดวงใหม่..ใครสักคน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











