วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

สักวา



สักวาเพลิดเพลินมาเหินห่าง
เมื่อน้องนางเรรวนมาด่วนหนี
ปล่อยพี่เหงาเศร้าซมตรมทวี
โอ้คนดีหลีกเร้นไม่เห็นกัน

ธรรมดาป่าเปลี่ยวไปเดี่ยวโดด
ผ่านเขตุโขดหินละหานจนผ่านผัน
ครั้นงูใหญ่กราดเกรี้ยวมาเอี้ยวพัน
หวังใครกันเข้ากอบกู้เป็นคู่เอย


สักวาความจนสร้างหม่นหมอง
สาวจึงมองเหมือนหมาน้ำตาไหล
อยู่บ้านนอกขอกนาป่าพงไพร
ห่างกลิ่นไอแอร์อวลน่าชวนชม

มีแต่กลิ่นสาบควายอุ่นไอดิน
วานยุพินนวลน้องอย่าขื่นขม
เอกลักษณ์ในตัวพี่ไม่นิยม
ไปหลงลมเยินยอมิพอเอย


สักวารวมหัวฮั้วกันเก่ง
ยอกันเองอย่างนี้ดีหนักหนา
สามสี่หัวยอกันไปยอกันมา
ปล่อยให้คนร้อยกว่าพากันงง

อยากจะร่วมวงสร้างสรรการฮั้ว
นั่นแสนชัวร์เสกได้ดังประสงค์
ด้วยโดดเดี่ยวเปลี่ยวใจใสซื่อตรง
วอนอนงค์รับพี่นี้เถิดเอย


สักวาเปิดใจให้กว้างหน่อย
ดีกว่าคอยคิดแคบเข้าแอบแฝง
ในมุมมืดจ้องจับผิดคิดสำแดง
เข้าเสแสร้งหวังให้ตัวได้ดี

เหมือนฆ่าช้างหวังงาชั่วช้านัก
โปรดตระหนักเถิดท่านประการนี้
การละอายแก่ใจนั้นเข้าที
ลักษณะของผู้ดี..คนดีเอย

วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2554

คือความหวังฝังใจ

แปลงบานชื่นมากหมู่มวลผีเสื้อ
ซุ่มหลบเพื่อจ้องจับนับตัวหนอ
ได้ใส่ถุงอวดความงามละออ
เจอตัวต่อต้องหลีกถอยมันต่อยตาย

อีกถุงยางข้างหนึ่งใส่จิ้งหรีด
มันร้องกรีดแข่งกันมันชิบหาย
ได้เวลาท้าดวนกันวุ่นวาย
สองเท้าหงายเป็นล่องลู่เฝ้ายุมัน

เมื่อร้องกรีดปีกสะบัดชัดว่ารู้
การต่อสู้เท้าจึงถอยออกปล่อยหัน
เอากระป๋องคลอบล้อมอ้อมพวกมัน
เฝ้ากัดกันถอยรุกบ้างการตั้งตัว

จนเขี้ยวหลุดปีกหลุดกัดสุดยอด
ตัวถอยถอดเพราะเจ็บกายให้ขำหัว
ไอ้ขี้แพ้แม้ขังยังอีกตัว
เอาไปคั่วเสียเถิดนะอย่ารอรี

ลำนำชีวิต

ณ แวดล้อมไออุ่นธรรมชาติ
ฟ้าปรอดปร่งอากาสสดใส
ทุ่งนาป่ากว้างมวลพฤกไพร
ยามห่างร้างไกล..เฝ้าคิด..คอยคนึง

มิลืมถิ่นแผ่นดินที่แสนรัก
แต่จากไปอาลัยนัก..เฝ้าคิดถึง
ภาพอดีตเก่าหลังยังคงติดตรึง
เพราะจนจำจากพรากเรือนเหย้า

สุดสายตาฟ้ากั้นไกลนั่น
ดั่งแต่งแต้มเขตุขั้นขุนเขา
แลรูปลักษณ์คลับคล้ายเพียงเงา
ของเจ้าไดโนเสา..สัตว์โลกล้านปี
เจื้อยแจ้วแว่วเสียงมวลหมู่นก
ถลาร้องป้องปกคู่นี้
สะท้อนหนึ่งแห่งห้วงฤดี
ต่างแต่เราที่...ไร้สิ้น..คนผูกพัน

มะม่วงออกดอกช่อเริ่มติดผล
จวนจะพ้นผ่านฤดูสู่คิมหันต์
โอ้ปีลับเดือนลาทีละวัน
สำรวจตัวนั้น..มิเปลี่ยนแท้..ดั่งเดิม

พวกเพื่อนบ้านต่างแต่รวยร่ำ
รายได้เป็นกอบกำพูนเพิ่ม
สร้างเรือนสร้างหอออกต่อเติม
ดูดีกว่าก่อนเดิม..แห่งนี้..เป็นมา

รถรามีไว้ขี่เพียบพร้อม
เราเล่าคงแต่น้อมนึกหา
ต้อยต่ำบ่เทียมคนยามไปมา
ได้พึ่งเพียงสองขา..ลำแข้ง..เคียงเดิน

คงทนคือความจนบ่ห่อนหาย
เหลือละอายไร้สิ้นที่สรรเสริญ
โชคชะตาตกต่ำทางเจริญ
มวลหมู่หมางเมิน..เมื่อคราว..เข็ญใจ

ลมพัดใบไม้ปลิวละลิ่วล่อง
กิ่งก้านครางลมต้องเอนไหวไหว
เหมือนดั่งความซื่อในจิตใจ
มักเกิดอ่อนไหว..เมื่อต้อง..ลมลวง


ผึ้งหึ่งหึ่งบินชมช่อไม้
ซุกตัวเข้าคลั่งไคล้ห่วงหวง
วันวันเทียวหาบุปผาทั้งปวง
เหมือนคนห่วงหน้าที่งานกระทำ

เรานี่นึกนึกน่าอายผึ้ง
บ่มีเลยสักที่หนึ่งเลอล้ำ
อยู่ไหนครองตนจนระกำ
ทุกข์ซ้ำทำเดือดร้อนมิผ่อนคลาย

อยู่ไกลริบหรี่ความใฝ่ฝัน
ยากดั้นด้นไปสู่จุดมุ่งหมาย
ยามเหนื่อยอ่อนล้าทั้งใจกาย
รุมสุมฟูมฟาย..ไม่เห็น..แห่งพึ่งพิง



วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2554

อีกรูป



แฟนอีสุ

รักอยู่หนใด




รักอยู่ในสายลมที่พรมพัด
อยู่ในความเงียบสงัดของวันเหงา
ในสายน้ำเปี่ยมปริ่มงามพริ้มเพรา
ใต้แสงเศร้าเงาจันทร์คืนฝันใฝ่

และฉันคือตัวแทนแสนคำรัก
จงตระหนักเถิดนั่นหยุดหวั่นไหว
จะขอเป็นเพื่อนเหงาวันเศร้าใจ
มอบอุ่นไอรักละมุนมิเสื่อมคลาย




ก้าวหน้า




ขอก้าวไกลด้วยใจมั่นของชีวิต
คนลิขิตคือตัวข้าไม่ช้าเฉย
สิ่งดีๆมากมายสบายเสบย
หรือมาเกยคนรอท้อระทม

ขืนพัวพันเพราะพันผูกผู้ท้อถอย
คงเศร้าสร้อยสาใจไร้สุขสม
ขอก้าวฝ่าดวงใจทุกข์ปลุกความตรม
หยุดนิยมเยินยอเพื่อรอใคร




รูปคนแถวบ้าน

คนนี้อีสุ ตอนนี้มันอยู่ใต้หวัน แอบชอบมันและคิดว่ามันเป็นแฟนผม สักวันหนึ่งเราจะแต่งงานกัน
ส่วนคนนี้อีแก้วตา..หลาน
นี่พี่สาวกับแม่ผมเอง..จาเจ็ดสิบแล้ว
เด็กผู้ขายคนกลาง ตกน้ำตายปีที่แล้วนี่เอง ผมเป็นคนลงไปควานหาตัวในน้ำ จากคำบอกเล่าของพวกเด็กๆเพื่อนของมัน แต่สิ่งที่ผมได้ขึ้นมาจากในน้ำคือ ร่างที่ไร้วิญญาญ แบกขึ้นรถส่งอนามัย..ชื่อมันบักดอย ไปสวรรค์นะไอ้ดอย
คนรูปหล่อนี้คือคนเขียนบล๊อกนี่แหละ ถ่ายด้วยยโทรศัพย์มือถือเมื่อปีที่แล้ว..เอ่อ..สองปีที่แล้ว ตอนนั้นทำงานที่พหลโยทิน ข้างๆช่อง5 
ส่วนตัวนี้ชื่อฮันนี่ จิตใจมนุษย์ภายใต้ร่างของสุนัข
เพื่อนร่วมงานที่เจ้ากี้เจ้าการ
นาตอนข้าวเขียว
ถ่ายจากหน้าจอ รองแชมป์ฟุตบอลโลก