วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
สุขเสมอหมั่น.....เสมอมันเครือเก่าเอื้อยเอ้ย (ตะกี้เอิ้นเอื้อยเด้ แต้เด็กน่อย)
บ่ต่างข่อยบ่ต่างเจ้า....ต่างแต่เถ่าดั่งกัน
วันเวลาเปลี่ยนพ้น......นานโด่นยังจำจือ...
บ่ได้ลืมไลม้าง...........คือควมเถ่าที่เปลี่ยนไป
ยังจำนาหนองคุ้ง.......ต้นบักค้อต้นเก่า
ยังจำเสียงน่องอ้ายเว่า....แม่ยายเถ่าเคยสั่งความ
ยังจำรสปลาแดกเจ้า...หอมกรุ่นเพียงใด๋
และบ่ลืมน้ำใจ............ดอกเด้อเอื้อยเด้อ...
.
เอื้อยส่ง....เคยเอิ้นเพินจังซี่ ต่อมากะเป็นพี่น่องกัน กะเอิ้นคือเก่า อิอิ อาส่ง ส่ะล่ะล่ะ
ตั้งแต่โด่นนานแล่ว........เคยแตกแซวๆป่านหมูอึ่ง...น่องเอ้ย
ยังคนึงฮอดบ้าน........... .พีลาร้างไกล่มา
พอแต่เหลียวเห็นหน่า....จำได้คัก อ๋อ ข้องลอย
ตั้งแต่คราวเด็กน้อย........ไผกะรู้วาซำได๋
ยินข่าวคนซาเว่า.............วาได้เป็นเขยท่านพี่โบก
ซางมาโซคดีแท่.............เฮียนใกล้เลาะกั่น
อันวาพีซายนั่น...............ผลาหน่อยสาวบ่สน น้องเอ้ย
พี่กะเลยหน่าพู่ยู่ ............บ่มีสิได้หน่อแนว
เห็นน่องเคียงหลานแล่ว..กะดีใจนำหลาย
บัดกะของใกล้สิต่าย.......หาเมียบ่ทันได้
ล่ะเหลือทุกข์ยากฮ่าย ....เทิงใจกายสิเบิดหนุ่ม ส่ะ ล่ะ ล่ะ
ได้คืนมาซุมหมู่ก่อนกี้.................ป่านวาสิหนุ่มคืน
.
กะยังวา กะยังวา น่องเอ้ย
.
โรจน์น้อย
วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
พอแต่ฝนตกกบฮ่อง
น้ำนองเต็มนาทง
พาใบไม้แตกใบโป่ง
หน่อไม้ออกแหนง
เบิดแล่วแล้งลาบาย
บ้าย...บาย ฮอนอกอั่ง
ถ่าฝนถั่งให้ดินซื่น
กะลงไถดอกฮุดนา
ฟ่าวซำรอเตรียมไว่ถ่่า
ต้นพริกต้นบักฮุ่ง
หัวกิงไค-บักเขียพร่อม
ไปปักไว่นำโพนนา
ใหญ่พอทันแนวกล้า
เก็บกินฮอดยามดำ
มันจังบ่ได้ซื่อ
ตลอดแล่วจนกล้าบั้ง
.
หน่าอาหารยามนี่
ฝนมาดอกฟ่าใหม่
ได้คุถังออกตีนบ้าน
หาหอยไว่มาทำกิน
ล้างสะอาดจนเกลี้ยงสิ้น
ต้มใส่หัวกิงไค
แอนด์ใส่บักขามพ่อม
สุกแล่วจังปลงลง
รอจนเย็นจิ้มหัวไว่
เต็มถ่วย....ถ่วยบักใหญ่
ย่างบักพริกหัวหอมไว่
เตรียมเครื่องใส่กัน
แล่วจังใส่ครกตำ
แหลกละเอียดได้ที่
ใส่หัวหอยลงคลุกเคล้า
เติมชูรสน้ำปลาร่า
ใส่ผักบั่วจักหน่อย
ใบหอมป้อมตามจักหน่อย
บ๊ะ...แซบอีหลีบ่แมนก้อย
เขาเอิ้นซุบบักหอย...ส่ะล่ะล่ะ
.
.
น้ำนองเต็มนาทง
พาใบไม้แตกใบโป่ง
หน่อไม้ออกแหนง
เบิดแล่วแล้งลาบาย
บ้าย...บาย ฮอนอกอั่ง
ถ่าฝนถั่งให้ดินซื่น
กะลงไถดอกฮุดนา
ฟ่าวซำรอเตรียมไว่ถ่่า
ต้นพริกต้นบักฮุ่ง
หัวกิงไค-บักเขียพร่อม
ไปปักไว่นำโพนนา
ใหญ่พอทันแนวกล้า
เก็บกินฮอดยามดำ
มันจังบ่ได้ซื่อ
ตลอดแล่วจนกล้าบั้ง
.
หน่าอาหารยามนี่
ฝนมาดอกฟ่าใหม่
ได้คุถังออกตีนบ้าน
หาหอยไว่มาทำกิน
ล้างสะอาดจนเกลี้ยงสิ้น
ต้มใส่หัวกิงไค
แอนด์ใส่บักขามพ่อม
สุกแล่วจังปลงลง
รอจนเย็นจิ้มหัวไว่
เต็มถ่วย....ถ่วยบักใหญ่
ย่างบักพริกหัวหอมไว่
เตรียมเครื่องใส่กัน
แล่วจังใส่ครกตำ
แหลกละเอียดได้ที่
ใส่หัวหอยลงคลุกเคล้า
เติมชูรสน้ำปลาร่า
ใส่ผักบั่วจักหน่อย
ใบหอมป้อมตามจักหน่อย
บ๊ะ...แซบอีหลีบ่แมนก้อย
เขาเอิ้นซุบบักหอย...ส่ะล่ะล่ะ
.
.
อ้ายกะทุกข์ยากฮ่าย
แต่เซ่างายจนแลงค่ำ...นางเอ้ย
ซัวสิได้อิ่มท่อง
ไป่จั้กโคก ดอกจั้กหนอง
วาสนาคล้ายคลึงน่อง
ไปเลาะคลองไปเลาะป่า
ซางบ่ได้เจอกั่น
ไว่ร่วมฝูงนักล่า
ขึ้นโคกใด๋สิราบหน่า
จอนฟอน-เหนบ่เป่นต่าอยู่
แม้แต่อีปูกะหลีกเร้น
หม่นเข่าในโก่น
ผักหวานสิเหมิดโพน
-กระเจียวเรียบ เกลี้ยงเหมิดป่า
หมูดอกแค-อีลอกล้วน
หมดสิ้นโป่งบ่ทัน
.ลงน้ำคอ-กระเดิด-กั้ง
ขาว-นาง-ปลาดุกต่ายเหมิดหมู่
เหลือแต่ปลาทูยุนำร่าน
เน่าจ้อยคนบ่กิน
ปลาหลดต่ายเกลี้ยงลิ้น
ปลาไหลวายต่ายบ่อยู่
ปลาซิว-ฮวกแยกแตกหมู่
เมื่อเจอคู่น่องอ้าย...
จอมล่า"เนฟเวอร์ได"
.
แต่เซ่างายจนแลงค่ำ...นางเอ้ย
ซัวสิได้อิ่มท่อง
ไป่จั้กโคก ดอกจั้กหนอง
วาสนาคล้ายคลึงน่อง
ไปเลาะคลองไปเลาะป่า
ซางบ่ได้เจอกั่น
ไว่ร่วมฝูงนักล่า
ขึ้นโคกใด๋สิราบหน่า
จอนฟอน-เหนบ่เป่นต่าอยู่
แม้แต่อีปูกะหลีกเร้น
หม่นเข่าในโก่น
ผักหวานสิเหมิดโพน
-กระเจียวเรียบ เกลี้ยงเหมิดป่า
หมูดอกแค-อีลอกล้วน
หมดสิ้นโป่งบ่ทัน
.ลงน้ำคอ-กระเดิด-กั้ง
ขาว-นาง-ปลาดุกต่ายเหมิดหมู่
เหลือแต่ปลาทูยุนำร่าน
เน่าจ้อยคนบ่กิน
ปลาหลดต่ายเกลี้ยงลิ้น
ปลาไหลวายต่ายบ่อยู่
ปลาซิว-ฮวกแยกแตกหมู่
เมื่อเจอคู่น่องอ้าย...
จอมล่า"เนฟเวอร์ได"
.
วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
หล่านางเอ้ย....อึ๊ฮึ
อันวาความรักนี่มันคือปิ้งเข่าเชียบ
คันพอสุขค่างไว่เกรียบนั่นกะแซบหลาย
แตพอเฮาเมินหมางเหมือนทำลาย
เข่าเกรียบ เกรียบสุขแล่วซางบ่กิน
พอแต่เผลอตกปลิ้น ไก่จิกแตกถิ่มทัว...
เสียดายเด้ อกพังเกแตกฮ่าง ได้มานั่งฮ่องไห่...
ปลงซาหล่าบ่แม่นซาย...ซี้นสองต่อน
อย่าฮำฮอนให่ปวดใจ....ให่มามักอ้านหนี่ ล่ะล่ะล่ะ
.
คันแมน่องมักอ้าย กะซั่นขอยืมเงินแน
คันแมนใจเทียงแท่ให่ยืมไว่แมนจั้กแสน
จวบจนเห็นใจแฟนจังสิดอกคืนมาให่
คันแมนน่องหลายใจสิบ่คืนจั้กบาท
อ้ายกะเปิดอาดหลาดไปหาแฟนใหม่ ทอนหลแว
..
นางเอ้ย (มวนๆเด้อ อย่าโศกเส่า เหงาวังเวง)
.
เจียวน้อย
ยามมื่อแลงตะเว็นคล่อย
จนสิบ่ออกฮอยแล่วบาดยาง
เมือยหลายปวดซี่ข่าง
ปวดเทิงแอ่วเมือยเบิดโต
ทุกมื่อนี่เฒ่ามาล่ะแตกต่าง
ต่างแต่คราววัยรุ่นบ่เคยย่านเวียกงาน
ตั้งตะกี้ขี่คร่าน
เวียกงานข่อยนอนเบิง
บัดเฒ่ามาบ่พอได้
ฮ็ดหยังได้ล่ะเฮ็ดเอา
อยากสิย้อนเวลาเก่าๆ
ให่มันคืนกลับได้เบิงเด้
ไปเป่นหนุ่มแหน่นปั้งๆ
คือแต่ครั้งก่อนโด่น
คืนไปซูนคิงสาว
ในวัยคราวหนุ่มๆ
ไถเนื้อสาวแหน่นนุ่มๆ
จนเกือบแจ้งเป่นจังใด๋
คิดแล่วแสนเสียตาย
วันเวลาบ่หวนกลับ
เฒ่าแหล่วเทียวนังนับ
มือได๋สิเมือยม่อย
เลยบ่ได้รู้จ้อย
รสสาวแต่คราวหนุ่ม
เฒ่าหนังเหี่ยวมีแต่กลุ้ม
เขาให่เ-้า...คึสิไหว...โอ้เด้เนาะ...อึ๊ฮึ
.
วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
บ่แมนแนวนามซ่าง ผัดยามยางผัดงามหลาย
แต่ว่าหน่อนามซาย คือจังแมงแมลงฮี่น
บินมาแต่ก่ำฝั่งพุ่น กานต์กลอนไทยเจ็ดปีล่วง
อ่านเขียนเเกือบร้อยหน้า แต่ละมื่อผ่านไป
.
จนมาฮอดฮมบ้าน ผญาท่านคึมวนหลาย
เลยพลิกแผนเมียงมาย มาเป่นคนลาวบ้าง
ลองสวมบทบาทเว่า บ้ะตัวเฮาแมนบ่ทันเก่ง
แต่กะหลงรักแล่ว ผญานี่เต็มใจ
.
แฮงได้เข่ากลุ่มร่วม ชุมนุมมวนสนุกหลาย
นักผญาทั่วไทย ป่านหน่อแนวเห็ดละโงก
คงเป่นโชคของข่อย วาสนานำส่ง....พี่น่องเอย
จังได้มาร่วมวงษ์วาน สถานร่วม รวมใจ
.
จึงขอยอกรไหว่ เอื้อยอ้ายจ่ายผญา...ฝากเนื้อฝากโตแน
ขั่นสงสารเมตตา ให่กดให่จักพันไลฟ์
คันบ่ไลฟ์ อย่าไล่ ถึงไล่บ่ไปไส
ถึงสิไปใกล้-ไกล กะสิคืนมาใกล้ๆ
.
ข่อยคล้ายนักเรียนใหม่ แต่งโตใหม่นั่นใช่ไหม
ไผเรียกปอขี้ไก่ ย่อนน่อยใหม่นั่นก็ใช่
เด็กน้อยยามฆ่าไก่ เห็นไตไก่แมนของไผ
ผู้ใหญ่บอกต้องใช่ เป็นของไผไปบ่ได้
.
เพิ่นว่าเด็กกินไตไก่ เรียนอะไรไม่ได้ได๋
เด็กกะได้จำใจ บ่กินกะได้
เว่ามากะตั้งไกล เด็กใหม่สิเหลวใหล
เลยจบลงเท่านี้ได๋..............เอื้อยอ้ายแฟนทั้งไกล-ใกล้
.
แต่ว่าหน่อนามซาย คือจังแมงแมลงฮี่น
บินมาแต่ก่ำฝั่งพุ่น กานต์กลอนไทยเจ็ดปีล่วง
อ่านเขียนเเกือบร้อยหน้า แต่ละมื่อผ่านไป
.
จนมาฮอดฮมบ้าน ผญาท่านคึมวนหลาย
เลยพลิกแผนเมียงมาย มาเป่นคนลาวบ้าง
ลองสวมบทบาทเว่า บ้ะตัวเฮาแมนบ่ทันเก่ง
แต่กะหลงรักแล่ว ผญานี่เต็มใจ
.
แฮงได้เข่ากลุ่มร่วม ชุมนุมมวนสนุกหลาย
นักผญาทั่วไทย ป่านหน่อแนวเห็ดละโงก
คงเป่นโชคของข่อย วาสนานำส่ง....พี่น่องเอย
จังได้มาร่วมวงษ์วาน สถานร่วม รวมใจ
.
จึงขอยอกรไหว่ เอื้อยอ้ายจ่ายผญา...ฝากเนื้อฝากโตแน
ขั่นสงสารเมตตา ให่กดให่จักพันไลฟ์
คันบ่ไลฟ์ อย่าไล่ ถึงไล่บ่ไปไส
ถึงสิไปใกล้-ไกล กะสิคืนมาใกล้ๆ
.
ข่อยคล้ายนักเรียนใหม่ แต่งโตใหม่นั่นใช่ไหม
ไผเรียกปอขี้ไก่ ย่อนน่อยใหม่นั่นก็ใช่
เด็กน้อยยามฆ่าไก่ เห็นไตไก่แมนของไผ
ผู้ใหญ่บอกต้องใช่ เป็นของไผไปบ่ได้
.
เพิ่นว่าเด็กกินไตไก่ เรียนอะไรไม่ได้ได๋
เด็กกะได้จำใจ บ่กินกะได้
เว่ามากะตั้งไกล เด็กใหม่สิเหลวใหล
เลยจบลงเท่านี้ได๋..............เอื้อยอ้ายแฟนทั้งไกล-ใกล้
.
วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2558
วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2558
ฉากต่อมา...
.
ละ่หันมาจาบ่อนบ้านพนักงานขอเงินแม
แต่การเรียนย่ำแย่ แป๋ได้ที่โหล่
มื่อนี่แต่งโตโก้ มีหมู่สิไปหา
ล่ะหันมาฟังวาจา...ฟังหมอลำน่อย
.
รับบทโดย ด.ช. กล้า แม่บอกกลับ
.
เซิญฟังพี่น่อง
.
หมอลำดีมาแล่ว ...
มาเอาแนวมันไปไว่มาเอาไนมันไปหว่าน
มาเอาแนวเป่นตาย่าน ไปไว่ใส่อูกวย
ตื่นสวยนั่นอีกด้วย นอนเว็นทุกเซ่าค่ำ
ถ่วยกะล่างบ่ได้ แซไว่ลูกเดียว
เรื่องเหล่นเกมส์บ่ลดเลี้ยว เท่าค่ำจนเงินเหมิด
ข่อยจังคืนไปขอ นำอิแมยุเฮียนบ้าน
.
เพิ่นวาข่อยขี่คร่าน มวนเหล่นแสนสนุก
คบหมู่ในเฟชบุ๊ค หนังสือบ่เคยใด้
กะจักสิเฮ็ดจังใด๋ได้ มวนคักเกมส์ P.B"
แลนเลาะไล่ยิงกัน กะซางมันเอ่าเหลือฮ่าย
.
"สวัสดีพ่อ-แม่ พี่น่องชาวชมรคนรักผญาฯซุผู่ซุคน มื่อนี่ดีใจหลายที่มือปืยอย่างกล้าได้เสนอหน่ามาทางพี่ ฝากเนื้อฝากโตแนเด้อ ผมกะหลานพ่อใญเจียวล่ะ ซังเพินยุวาข่อยขี่ปึก...เพินล่ะฮังปึก ผมนี่เก่งขนาด สอบได้ที่หลายกอหมู่ ได้ที 27 แหม เหมิอห่องมี 30
.
กอสิได้ที่ 27 มื่อหนึ่งครูสอนภาษาไทย เพินล่ะถามวา
."
"นักเรียน สระอิเป็นตัวยังไง ใครตอบได้ครูจะให้เต็มหนึ่งร้อยคะแนน" วาซั่น
.
ผมกะยกมือลุกพรวดเลยแหลว หนึ่งร้อยคะแนนพุ่นแหมะ
.
"เด็กชายกล้า ตอบครูมาซิ ตัวสระอิเป็นตัวยังไง."
.
ผมกะเลยตอบวา
.
"เป็นตัวอิ๊ปิ๊ครับ"
.
พอแตครูได้ยินทอนั่นแล้ว ล่ะ อ้าาๆๆๆๆ ขึ่นโลลด
.
"เด็กชายกล้า ทำไมถึงพูดแบบนี้ ตัวสระอิมันจะเหมือนอิ๊ปิ๊ได้ยังไง"
.
เทิงเว่าเทิงไห่ จักแล้วผมกะด่าย เขียนยามได๋กะ เขียนอิ๊ปิ๊ ๆ โลดแหล่ว ครูมาถามกะตอบคือเก่า อิ๊ปิ๊ครับ ครูล่ะเคียด ภาษาไทย ภาษาบ้านเฮามันต่างกันกะบ่จัก
.
"เธอพูดแบบนี้ วิชาภาษาไทยครูให้เธอ ศูนย์คะแนนก็แล้วกันเด็กชายกล้า" วาซั่น
.
ครูสอนภาษาไทยเพิ่นเป็นคนภาคกลาง
.
เบิดเลยผม ร่อยคะแนน บ่ได้จ้อย แต่ยังดีได้ทียี่สิบเจ็ด มีอีกสองคนได้ทีถัดผมไป หมู่ผมเหมิดเทิงสอง สองบักนั่นผมกะบ่รู้คือกัน มันคือได้ทีหลายกอผมแท่ เว่าแล่วสิไปหามันสองคนกันนา
เอ้ายาวเบิงจักกลอนกันนา...พีน่อง...โบร๊ววๆๆๆ
.
โอ้ชีวิตเปลี่ยวใจเมื่อไร้คู่
ให้อดสูนอนหนาวทุกคราวฝน
อยู่เป็นโสดโดดเดี่ยวอย่างจำทน
เหมือนจ้ำป่นไม่มีผักชักยังไง
.
วอนเถิดหนอสาวบ้านนาเมตตาบ้าง
จะช่วยนางทำนาทั้งคราดไถ
จะรักเธอซื่อสัตย์ด้วยหัวใจ
มิเปลี่ยนไปจากนางขอสัญญา
.
****ฟังเด้อหล่า...เรื่องไถนาอ้ายเกง
สิไถใกญ่ไถน่อยอ้ายบ่ได้ย่านกลัว
ไถมาแล่วเทิงนาดอน นาลุม
ไถมาแล่วเทิงนาดอนนาลุม
เทิงนาเทิงนาใต้ ไถเกลี้ยงซุแก
ฮักแท่ๆใจพีบ่เป็นสอง
ฮักแท่ๆคันใจน่องบ่เป็นสอง
สิให่แม่มาขอ....ล่ะให่นางรออ้าย
.
แม้นคนดีมีใจจะตามติด
เป็นคู่คิดของพี่อย่างที่หวัง
จะไปหาทรามวัยไม่อินัง
หาแก้วตา...ถึงเมืองยโสธร
.
(ซ้ำ ****...จบ)
..
ดอกกระเจียว 27/04/2558
.
โอ้ชีวิตเปลี่ยวใจเมื่อไร้คู่
ให้อดสูนอนหนาวทุกคราวฝน
อยู่เป็นโสดโดดเดี่ยวอย่างจำทน
เหมือนจ้ำป่นไม่มีผักชักยังไง
.
วอนเถิดหนอสาวบ้านนาเมตตาบ้าง
จะช่วยนางทำนาทั้งคราดไถ
จะรักเธอซื่อสัตย์ด้วยหัวใจ
มิเปลี่ยนไปจากนางขอสัญญา
.
****ฟังเด้อหล่า...เรื่องไถนาอ้ายเกง
สิไถใกญ่ไถน่อยอ้ายบ่ได้ย่านกลัว
ไถมาแล่วเทิงนาดอน นาลุม
ไถมาแล่วเทิงนาดอนนาลุม
เทิงนาเทิงนาใต้ ไถเกลี้ยงซุแก
ฮักแท่ๆใจพีบ่เป็นสอง
ฮักแท่ๆคันใจน่องบ่เป็นสอง
สิให่แม่มาขอ....ล่ะให่นางรออ้าย
.
แม้นคนดีมีใจจะตามติด
เป็นคู่คิดของพี่อย่างที่หวัง
จะไปหาทรามวัยไม่อินัง
หาแก้วตา...ถึงเมืองยโสธร
.
(ซ้ำ ****...จบ)
..
ดอกกระเจียว 27/04/2558
.
วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2558
เดือนหกเสียงลมโหย่น.พัดโยนๆก่อไม่ไผ่
ฟังเสียงไก่ตี่ปีกฮ่องเสียงเด็กน่อยแอวแซว
เหลียวเบิ่งฟ่าสิคำแล่วบินกลับฮังแล่วฝูงนก
เสียงบักบกหล่นดั่งโป๊กใส่หัวคันไป่ใกล้
.
สุรีลอยต่ำเตี้ยอาลัยนำพุสาวเพิน เด้หนอ
บ่มีเงินแตงน่องมาเคียงเว่ากอดนอน
ได้แตกอดหมอนข่างแทนนางหัวใจเปลี่ยว...
โอ๊หนอดอกกระเจียว ไผสิเหลียวเบิ่งเจ้า...เขาซังฮ่ายกั่วปลิง
.
พอแต่เหลียวเห็นหน่า พออยากขึงแดดหย่าสูบใส่...โอ๊ยหนอ
สิได้ตายแข่แหล่คือปลิงน้ำซางเป็น
ผัดยามต่ายตีปากอ้ายาสูบเขาฮายลง
มันสิเหลียจังใด๋ อั่นกะลาปลิงค่าว
.
คิดฮอดสาวใจบ่ห่าว โอ่หนอเฮารูปบ่ลอ
เงินบ่พอซำเจ้าสิสมเกี้ยวเกี่ยวใจ
ขั่นมิเงินล้านไว่ได้ลูบไวทุกหมองวา....พุฟังเอ้ย
ย่อนผลาต่ำเตี้ย เลยบ่ได้กวยตีน
.
มองสุรีย์ต่ำฟ้า ใกล้เวลาสิมืดค่ำ...โอยเด้น้อ
เลยมอบคำต่ำต่อย ผญาหย่อยกล่าวมา
เว่าแล่วเมือยเทิงล่า ความรักมันหนักใจ
กะจักสิมีพุใด๋...ฮักคนจนคึจังอ้าย
.
ละหน่า
วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2558
สวัสดีพีน่องชาวอิสานบ้านป่า
ลูกซาวนาปลูกฝ่ายเทิงปั่นด้ายเลี่ยงงัว
อันผญาข่อยนี่บ่มีครูสิสอนสั่ง...นี่แหล่ว
ได้แต่ฟังเพินเว่า สิลองเว่าเบิงจักคำ
นี่นา...
,
อันวาโตข่อยนี่ซื่อวา"เจียว"นักกลอนใหญ่
ภาษาไทยเก่งค่อง คนเขาย่องเบิดเมือง
เทียวไปจาปากเว่าเหลาคำทุกหนแห่ง....
ซังกะแซงซงป้อย กะย่อนข่อยบ่ย่านคน
.
เจียวซือนี่คือพุซายทั้งแท่ง....เด้อส่ะละ่ะล่ะเดียวเกิดเข่าใจผิด
กล้ามคือจังแรมโบ้ พุงขี่โผ่พุงบ่มี
สี่สิบปีเฒ่าเติบ ...โตหนังสือใส่แว่นส่อง (ตาฟางแล่ว)
จังอ่านค่องครบฮู่ เห็นจาแจ้ง ดอกพุสาว
.
สี่สิบปีบ่เคยพ่อขาขาวเกี้ยงอองตอง...นางเอ๊ย
ไว่กอดอุ่นกอดเอ้า ซุแลงหั่นอ้ายนบ่เคย
บ่เคยถูคิงเกี้ยง สาวใด๋ยามแลงคำ
ลูบแต่แลงจ่นแจ้ง ตะแคงเว่า...อ้ายบ่เคย
.
มามื่อนี่มาได้จาปากเว่า คึผีจ๋อกะยังวา
ฮาบุญส่งเทียได้ พ่อเจ้าแมนพุงาม
มาไว่เป่นคู่แข่น แฟนเคียง แนบคิงอุ่น ้บิงเด้
ซาตินี่ขั่นแม่นอ้ายพ่อ สิบ่ท่อ....นำเบิดคืน
.
เด้ละนาง เด้ละคำ เ โอ่ ๆๆๆๆๆ โอ๊ โอๆๆๆๆๆ
.
พุสาวเอ้ย
.
ดอกกระเจียว
ลูกซาวนาปลูกฝ่ายเทิงปั่นด้ายเลี่ยงงัว
อันผญาข่อยนี่บ่มีครูสิสอนสั่ง...นี่แหล่ว
ได้แต่ฟังเพินเว่า สิลองเว่าเบิงจักคำ
นี่นา...
,
อันวาโตข่อยนี่ซื่อวา"เจียว"นักกลอนใหญ่
ภาษาไทยเก่งค่อง คนเขาย่องเบิดเมือง
เทียวไปจาปากเว่าเหลาคำทุกหนแห่ง....
ซังกะแซงซงป้อย กะย่อนข่อยบ่ย่านคน
.
เจียวซือนี่คือพุซายทั้งแท่ง....เด้อส่ะละ่ะล่ะเดียวเกิดเข่าใจผิด
กล้ามคือจังแรมโบ้ พุงขี่โผ่พุงบ่มี
สี่สิบปีเฒ่าเติบ ...โตหนังสือใส่แว่นส่อง (ตาฟางแล่ว)
จังอ่านค่องครบฮู่ เห็นจาแจ้ง ดอกพุสาว
.
สี่สิบปีบ่เคยพ่อขาขาวเกี้ยงอองตอง...นางเอ๊ย
ไว่กอดอุ่นกอดเอ้า ซุแลงหั่นอ้ายนบ่เคย
บ่เคยถูคิงเกี้ยง สาวใด๋ยามแลงคำ
ลูบแต่แลงจ่นแจ้ง ตะแคงเว่า...อ้ายบ่เคย
.
มามื่อนี่มาได้จาปากเว่า คึผีจ๋อกะยังวา
ฮาบุญส่งเทียได้ พ่อเจ้าแมนพุงาม
มาไว่เป่นคู่แข่น แฟนเคียง แนบคิงอุ่น ้บิงเด้
ซาตินี่ขั่นแม่นอ้ายพ่อ สิบ่ท่อ....นำเบิดคืน
.
เด้ละนาง เด้ละคำ เ โอ่ ๆๆๆๆๆ โอ๊ โอๆๆๆๆๆ
.
พุสาวเอ้ย
.
ดอกกระเจียว
วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2555
วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554
นิราศทุ่งทิวไพร
นิราศทุ่งทิวไพร
พอตะวันเบี่ยงบ่ายที่ปลายฟ้า
จากบ้านเที่ยวมาตามถนน
แดดร้อนระอุอย่างไฟลน
ต้องเลี่ยงหลบพ้น..พึ่งเงา..ไม้บัง
นกน้อยบินลอยเรียงเคียงคู่
เดียวดายดูไร้รักที่จักหวัง
ทนอยู่เปล่าเปลี่ยวเพียงลำพัง
ก็ยังขาดเขิน..เกินคิดไปมีใคร
ใบไม้พลิ้วหวิวหวือโขยกระโชก
กิ่งไม้โบยโบกระเนนไหว
ต้นจิกรังเพิ่งผลัดระบัดใบ
สีสันสดใสตามท้องทุ่งนา
ต้นไผ่ไหวเอนตามลมล่อง
เสียงเสียดสีลำปล้องดั่งภาษา
ความเพลิดเพลินตามใจจินตนา
ฟังประหนึ่งว่า..คำถ้อย..คนรำพัน
สองฝั่งทางพงหญ้าเหี่ยวแห้ง
เฉาวายลงตายแล้งสิ้นวสันต์
ดั่งคนเศร้าโสกาสุดจาบรรย์
คอยรักผูกพัน..ปลอบเล้า..ประโลมทรวง
จากบ้านเที่ยวมาตามถนน
แดดร้อนระอุอย่างไฟลน
ต้องเลี่ยงหลบพ้น..พึ่งเงา..ไม้บัง
นกน้อยบินลอยเรียงเคียงคู่
เดียวดายดูไร้รักที่จักหวัง
ทนอยู่เปล่าเปลี่ยวเพียงลำพัง
ก็ยังขาดเขิน..เกินคิดไปมีใคร
ใบไม้พลิ้วหวิวหวือโขยกระโชก
กิ่งไม้โบยโบกระเนนไหว
ต้นจิกรังเพิ่งผลัดระบัดใบ
สีสันสดใสตามท้องทุ่งนา
ต้นไผ่ไหวเอนตามลมล่อง
เสียงเสียดสีลำปล้องดั่งภาษา
ความเพลิดเพลินตามใจจินตนา
ฟังประหนึ่งว่า..คำถ้อย..คนรำพัน
สองฝั่งทางพงหญ้าเหี่ยวแห้ง
เฉาวายลงตายแล้งสิ้นวสันต์
ดั่งคนเศร้าโสกาสุดจาบรรย์
คอยรักผูกพัน..ปลอบเล้า..ประโลมทรวง
กับลูกน้อยคอยเอื้อเฟื้อห่วงหวง
ร้องกุ๊กกุ๊กเรียกลูกทั้งปวง
ลูกฟังดั่งรู้ล่วงวิ่งกรูคุ้ยตาม
ดูไก่ดั่งสอนเรารู้ว่า
ปัญหาอุปสัคขวากหนาม
คือสิ่งเร้าใจให้พยายาม
ขุดคุ้ยด้วยความ..มุ่งมั่น..อดทน
วันหนึ่งคงพบสิ่งมุ่งหวัง
สมดั่งตั้งใจได้สักหน
แม้ทุกข์โศกเศร้าเข้าผจญ
ขวนขวายดิ้นรน..ต่อสู้..ต่อไป
ถึงทางแยกเขตุนาของตาหลวง
เดินล่วงชมเพลินลงเนินห้วยไร่ ป่าไผ่สูงสล้างกิ่งแกว่งไกว ไม่มีใบกิ่งกางเหมือนก้างปลา เงาไม้คลุมทางเย็นร่มรื่น ต้นก้ามปูแผ่ยื่นกิ่งสาขา ต้นประดู่ผลิใบงามอร่ามตา ต้นหนามป่ากิ่งพันกันรุงรัง แสยงใจใคร่คิดบุกรุก จะไม่ทุกข์ออกมาแล้วอย่าหวัง เหมือนรักชอบตอบใครไม่ระวัง เมื่อคราวพลั้งพลาดรักหนักเจียนตาย กระปอมน้อยต้อยต้อยใต่กิ่งไม้ ครั้นพอเราก้าวใกล้ผันผาย ผงกหัวหงึกหงึกเหมือนท้าทาย คล้ายคล้ายเหมือนอยากจะลองดี พอเราเอาจริงกระโจนจาก วิ่งควากควากเข้าป่าหลบหนี ครั้นตามไล่ล่าหมายราวี ตกใจเปลี่ยนสี..หลีกเร้น..อำพรางตัว วิสัยสัตว์ยังรู้รักชีวิต มีใครคิดทำลายหมายหัว ด้วยด้อยทางสู้ยังรู้กลัว พาตัวหลบซ่อน..พ้นจาก..เภทภัย แต่มนุษย์ชื่อว่าสุดประเสริฐ ความล้ำเลิศนี้ควรรักษาไว้ อย่าประมาทพาใครต่อใคร เจ็บทั้งกายใจ..ไร้ป้องกัน |
คิดถึงเธอ
1.ริมหน้าต่าง
ฝนหม่นมืดเมฆหนาบนฟ้ากว้าง
ฉันมองไปอย่างอ้างว้างและเงียบเหงา
ละอองฝนสาดกระเซ็นเย็นลมเล้า
ท่ามเมฆหมอกสีดำเทาอันเหว่ว้า
ความเยียบเย็นและเหน็บหนาวซ้ำเศร้าสร้อย
หวนละห้อยในเล่ห์เสน่หา
ที่พลัดพรากจากไปในกาลเวลา
ร้อยทิวาพันทิวา...ยังคะนึง

2.ในห้อง
เศษกระดาษที่เพียรเขียนครึ่งตระกล้า
ฉันบันทึกถึงเธอว่าฉันคิดถึง
แต่มิอาจแทนรู้สึกที่ตราตรึง
มือฉันจึงบี้...บี้...ขยี้...ทิ้ง
ในห้องที่เหงาเงียบไร้เสียงขับกล่อม
ไม่มีกลิ่นหอมหวลความเพริศพริ้ง
ไม่มีเพื่อนไม่มีใครในความจริง
ฉันพักพิงในความโดดเดี่ยว...และเดียวดาย

3.คิดถึง
ฉันเห็นเธอในความรู้สึกนึกคิด
แต่มืดมิดดวงใจไม่อาจหมาย
รักหนหลังที่มันพังทลาย
เหมือนดั่งปราสาททรายมิคงทน
ใครเจ็บกว่ากัน...ใครกันรู้สึก
ยิ่งรำลึกยิ่งปวดร้าวขึ้นอีกหน
แต่ฉันมิอาจรักใครได้อีกคน
จึงคิดวกวนคร่ำครวญ...ถึงแต่เธอ

4.หักใจ
ฉันไม่อยากมองไกลไปฟากฟ้า
จึงกลับหน้าเข้าห้องคราวหมองเหม่อ
ถึงคิดไขว่คว้าไปอาจไม่เจอ
รักคงเพียงความพร่ำเพ้อของฉันเอง

ฝนหม่นมืดเมฆหนาบนฟ้ากว้าง
ฉันมองไปอย่างอ้างว้างและเงียบเหงา
ละอองฝนสาดกระเซ็นเย็นลมเล้า
ท่ามเมฆหมอกสีดำเทาอันเหว่ว้า
ความเยียบเย็นและเหน็บหนาวซ้ำเศร้าสร้อย
หวนละห้อยในเล่ห์เสน่หา
ที่พลัดพรากจากไปในกาลเวลา
ร้อยทิวาพันทิวา...ยังคะนึง
2.ในห้อง
เศษกระดาษที่เพียรเขียนครึ่งตระกล้า
ฉันบันทึกถึงเธอว่าฉันคิดถึง
แต่มิอาจแทนรู้สึกที่ตราตรึง
มือฉันจึงบี้...บี้...ขยี้...ทิ้ง
ในห้องที่เหงาเงียบไร้เสียงขับกล่อม
ไม่มีกลิ่นหอมหวลความเพริศพริ้ง
ไม่มีเพื่อนไม่มีใครในความจริง
ฉันพักพิงในความโดดเดี่ยว...และเดียวดาย
3.คิดถึง
ฉันเห็นเธอในความรู้สึกนึกคิด
แต่มืดมิดดวงใจไม่อาจหมาย
รักหนหลังที่มันพังทลาย
เหมือนดั่งปราสาททรายมิคงทน
ใครเจ็บกว่ากัน...ใครกันรู้สึก
ยิ่งรำลึกยิ่งปวดร้าวขึ้นอีกหน
แต่ฉันมิอาจรักใครได้อีกคน
จึงคิดวกวนคร่ำครวญ...ถึงแต่เธอ
4.หักใจ
ฉันไม่อยากมองไกลไปฟากฟ้า
จึงกลับหน้าเข้าห้องคราวหมองเหม่อ
ถึงคิดไขว่คว้าไปอาจไม่เจอ
รักคงเพียงความพร่ำเพ้อของฉันเอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)








